ทำงานการรถไฟไทย เงินเดือนดี สวัสดิการปังขนาดนี้ ไม่รู้คือพลาด!

webmaster

철도회사별 연봉 및 복지 비교 - **Prompt for State Railway of Thailand (SRT) - Heritage and Benefits:**
    "A wide-angle, brightly ...

ทุกคนเคยฝันอยากทำงานกับการรถไฟกันบ้างไหมคะ? ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถไฟเท่ๆ พนักงานบริการที่คอยดูแลผู้โดยสาร หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่สถานีที่เห็นทุกวัน การได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่เชื่อมโยงผู้คนและเมืองต่างๆ เข้าด้วยกัน มันดูมีเสน่ห์มากๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งยุคนี้ที่ประเทศไทยเรากำลังเดินหน้าพัฒนาระบบรางอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าสายใหม่ๆ โอกาสในสายอาชีพนี้ก็ยิ่งเปิดกว้างและน่าสนใจมากขึ้นไปอีก แล้วรู้ไหมว่าแต่ละบริษัทรถไฟเขามีเงินเดือนและสวัสดิการที่แตกต่างกันออกไปนะ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่เราต้องรู้ก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพในฝัน จะได้ไม่พลาดโอกาสดีๆ และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด วันนี้ฉันเลยอยากจะพาทุกคนมาเจาะลึกเรื่องนี้กันค่ะ เพื่อไขข้อสงสัยทั้งหมดที่คุณมีในใจ ใครที่กำลังมองหางานในสายรถไฟ หรือแค่อยากรู้ข้อมูลดีๆ พลาดไม่ได้เลยนะคะมาดูกันเลยค่ะว่าแต่ละบริษัทมีอะไรเด็ดๆ ให้บ้าง เราจะมาหาคำตอบกันอย่างละเอียดเลยค่ะ

เจาะลึกเงินเดือนและสวัสดิการสุดปังในแต่ละบริษัทรถไฟ: คุณค่าที่คุณคู่ควร!

철도회사별 연봉 및 복지 비교 - **Prompt for State Railway of Thailand (SRT) - Heritage and Benefits:**
    "A wide-angle, brightly ...

ทุกคนขา! การทำงานในสายรถไฟไม่ใช่แค่เรื่องของความมั่นคงเท่านั้นนะ แต่ยังเป็นเรื่องของโอกาสและความท้าทายที่น่าตื่นเต้นสุดๆ เลยค่ะ ยิ่งบ้านเรากำลังพัฒนาระบบขนส่งทางรางแบบก้าวกระโดดแบบนี้ ยิ่งน่าสนใจมากๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ ฉันเองก็เคยฝันอยากทำงานเกี่ยวกับการรถไฟมาตั้งแต่เด็กๆ เลยนะ เพราะรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เราอยากเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่เชื่อมโยงผู้คนและเมืองต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน วันนี้เราจะมาดูกันค่ะว่าบริษัทรถไฟแต่ละแห่งในประเทศไทยมีเงินเดือนและสวัสดิการอะไรเด็ดๆ ให้บ้าง เราจะได้เลือกเส้นทางอาชีพในฝันที่ใช่และเหมาะกับตัวเราที่สุด!

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

มาเริ่มกันที่ “การรถไฟแห่งประเทศไทย” หรือ รฟท. กันก่อนเลยค่ะ อันนี้เป็นรัฐวิสาหกิจที่เก่าแก่และเป็นเหมือนรากฐานของระบบรางบ้านเราเลยนะ เงินเดือนพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยจะเริ่มต้นค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและวุฒิการศึกษาค่ะ อย่างตำแหน่งพนักงานการเดินรถ หรือพนักงานขับรถไฟ ระดับปริญญาตรี เงินเดือนเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 16,830 บาทเลยนะ ส่วนตำแหน่งอื่นๆ เช่น พนักงานขบวนรถ หรือวิศวกร ก็จะมีฐานเงินเดือนเริ่มต้นใกล้เคียงกันค่ะ ที่น่าสนใจคือ แม้ฐานเงินเดือนเริ่มต้นอาจจะไม่สูงปรี๊ดเท่าเอกชนบางแห่ง แต่สวัสดิการนี่สิคะที่เป็นจุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนอยากเข้ามาทำงานที่นี่เลยล่ะค่ะ เพื่อนฉันที่ทำงานที่นี่เล่าให้ฟังว่าเรื่องค่ารักษาพยาบาลนี่หายห่วงเลย แถมยังมีสิทธิพิเศษในการโดยสารรถไฟอีกด้วยนะ ซึ่งเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ สำหรับคนที่ชอบเดินทาง! นอกจากนี้ยังมีเบี้ยเลี้ยงเมื่อต้องไปทำงานนอกเขต หรือค่าล่วงเวลาต่างๆ ที่ช่วยเสริมรายได้ให้พนักงานอยู่เสมอค่ะ เห็นแบบนี้แล้วก็พอจะเข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงยังอยากทำงานกับการรถไฟฯ ถึงแม้จะมีข่าวเรื่องปัญหาภายใน หรือการบริหารที่ขาดทุนอยู่บ้างในอดีต แต่ความมั่นคงของการเป็นรัฐวิสาหกิจก็ยังดึงดูดใจได้ดีเลยล่ะค่ะ

บีทีเอส (BTS) ชีวิตคนเมืองที่ได้เงินเดือนปังๆ พร้อมสวัสดิการจัดเต็ม

ใครที่หลงใหลในแสงสีของเมืองหลวงและอยากทำงานที่ได้เจอผู้คนหลากหลาย ต้องมาดูที่ BTS เลยค่ะ หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า “รถไฟฟ้าบีทีเอส” นั่นแหละค่ะ บริษัทนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดฮิตเลยนะ โดยเฉพาะตำแหน่งเจ้าหน้าที่สถานี ซึ่งรับสมัครทั้งวุฒิ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี จากข้อมูลที่ฉันหามา ตำแหน่งเจ้าหน้าที่สถานีของ BTS จะมีเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 19,500 บาทเลยนะ ซึ่งถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียวสำหรับคนจบใหม่หรือเพิ่งเริ่มทำงาน และที่สำคัญคือ สวัสดิการของ BTS นี่จัดว่าน่าสนใจมากเลยค่ะ! ลองคิดดูสิคะว่าได้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าฟรีตลอดการเป็นพนักงาน ไม่ว่าจะวันไหนก็ฟรี! นอกจากนี้ยังมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สหกรณ์ออมทรัพย์ให้กู้ยืมในยามจำเป็น ทุนการศึกษาบุตรตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงปริญญาตรี (อันนี้ดีงามมาก!) ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพให้ครบครัน แถมยังมีค่าทำงานกะ เบี้ยภาระงาน เบี้ยขยัน ที่ช่วยเพิ่มรายได้อีกด้วยนะ ที่ฉันชอบมากๆ คือเขามีห้องพยาบาลประจำ ตรวจสุขภาพประจำปีให้ฟรี และมีศูนย์ออกกำลังกายพร้อมห้องอาหารราคาประหยัดอีกต่างหาก นี่มันสวัสดิการในฝันชัดๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ!

MRT (BEM) ทางเลือกใหม่ที่มั่นคงและเติบโตได้

ถัดมาคือ “รถไฟฟ้า MRT” ที่บริหารงานโดย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM นั่นเองค่ะ สำหรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีของ MRT ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้ BTS เลยนะคะ คุณสมบัติเริ่มต้นก็คล้ายๆ กันคือรับตั้งแต่ ม.6, ปวช., ปวส. หรือปริญญาตรีทุกสาขา และต้องมีอายุระหว่าง 22-30 ปี ส่วนเรื่องเงินเดือนนั้นจะตามโครงสร้างของบริษัท ซึ่งจากการหาข้อมูลจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 18,000 บาท สำหรับเจ้าหน้าที่ประจำสถานี แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ BEM มีโอกาสให้พนักงานพัฒนาตัวเองไปสู่ตำแหน่ง “ควบคุมรถไฟฟ้า” และ “ควบคุมการเดินรถ” ได้ด้วยนะ! ซึ่งเป็นเส้นทางความก้าวหน้าที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ สวัสดิการของ BEM ก็ไม่น้อยหน้าใครเลยค่ะ มีทั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่ารักษาพยาบาลและค่าทันตกรรม ประกันชีวิตและอุบัติเหตุ โบนัสตามผลประกอบการ ตรวจสุขภาพประจำปี และที่สำคัญคือส่วนลดค่าโดยสาร MRT 50% ด้วยนะ แถมยังมีบริการรถรับส่งพนักงานและมีเงินช่วยเหลือต่างๆ เช่น เงินช่วยเหลือการสมรส เงินรับขวัญบุตรแรกเกิด และเงินช่วยเหลือกรณีประสบภัยพิบัติด้วย ฉันรู้สึกว่าองค์กรนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงานมากๆ เลยล่ะค่ะ.

Airport Rail Link (ARL) โอกาสในสายการบินที่เชื่อมโยงกับระบบราง

สำหรับ Airport Rail Link หรือ ARL ที่หลายคนรู้จักกันดีว่าเป็นรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อสนามบินสุวรรณภูมิกับใจกลางเมือง ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยค่ะ ARL บริหารงานโดย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งถือหุ้นโดยการรถไฟฯ 100% แม้ว่าในอดีตเคยมีข่าวเรื่องเงินเดือนน้อยและการบริหารภายใน แต่ปัจจุบันก็มีการปรับปรุงและพัฒนาไปมากแล้วค่ะ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่แนะนำและให้บริการลูกค้าประจำ ARL จะมีเงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 15,000 บาท ซึ่งอาจจะดูไม่สูงเท่ารถไฟฟ้าสายอื่น ๆ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีใจรักงานบริการและสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีล่ะก็ ที่นี่มีโอกาสให้คุณได้แสดงศักยภาพเต็มที่เลยค่ะ สวัสดิการของ ARL ที่ฉันเจอมาก็จะมีประกันสังคม และสวัสดิการตามกฎหมายแรงงานค่ะ นอกจากนี้ จากประสบการณ์ที่เคยได้ยินมา ถึงแม้ ARL จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีความท้าทายในการบริหารจัดการ แต่ก็ยังคงความมั่นคงในระยะยาวไว้ได้ดีทีเดียวค่ะ

มองหาความก้าวหน้าในสายอาชีพรถไฟ: โอกาสที่รอคุณอยู่

ถ้าถามถึงความก้าวหน้าในสายอาชีพรถไฟ ฉันบอกเลยว่ามีเยอะมากๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเริ่มต้นเท่านั้นนะ แต่ยังมีโอกาสเติบโตไปเป็นผู้บริหาร หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อีกมากมายเลยค่ะ อย่างที่ BEM ก็เปิดโอกาสให้พนักงานประจำสถานีก้าวขึ้นไปเป็นผู้ควบคุมรถไฟฟ้าได้ ส่วนในการรถไฟแห่งประเทศไทยเองก็มีตำแหน่งวิศวกรในฝ่ายต่างๆ ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาระบบรางของประเทศ การทำงานในสายนี้ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งองค์กรเหล่านี้ก็มักจะมีการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีความรู้และทักษะที่ทันสมัยอยู่เสมอ ฉันเคยได้ยินมาว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้ให้บริการระบบรางของรัฐที่ดีที่สุดในอาเซียนในปี 2570 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าองค์กรนี้กำลังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง นั่นหมายถึงโอกาสความก้าวหน้าสำหรับพนักงานก็ย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเองค่ะ! การที่เราได้ทำงานในองค์กรที่กำลังเติบโตและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจและสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานได้ดีเลยนะ

วัฒนธรรมองค์กรและสภาพแวดล้อมการทำงานในแต่ละบริษัท

철도회사별 연봉 및 복지 비교 - **Prompt for BTS Skytrain - Urban Dynamism and Comprehensive Welfare:**
    "A vibrant and dynamic i...

เรื่องวัฒนธรรมองค์กรและสภาพแวดล้อมการทำงานก็เป็นอีกสิ่งที่เราควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกงานใช่ไหมล่ะคะ สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นั้น อย่างที่รู้กันว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่มานาน ก็จะมีวัฒนธรรมองค์กรที่มีความเป็นระเบียบแบบแผน และเน้นการทำงานตามขั้นตอนค่ะ แต่ก็มีการปรับตัวและพยายามสร้างค่านิยมองค์กรใหม่ๆ เพื่อให้ทันสมัยขึ้น อย่างโครงการ “I AM SRT” ที่เน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ และความเชี่ยวชาญ ส่วนรถไฟฟ้า BTS และ MRT ที่เป็นเอกชนมากกว่า ก็จะมีวัฒนธรรมที่ค่อนข้างคล่องตัว เน้นการบริการลูกค้า และประสิทธิภาพในการทำงานสูงค่ะ ทั้ง BTS และ BEM ต่างก็มีวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นจะเป็นผู้นำในการให้บริการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ดีที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและการบริการเป็นอย่างมากเลยค่ะ ฉันเคยได้คุยกับพี่ที่ทำงาน MRT เขาบอกว่าที่นี่มีกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่น่าสนใจหลายอย่างเลยนะ แถมยังมีการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกว่าได้พัฒนาตัวเองอยู่เสมอค่ะ การได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และเติบโต ถือเป็นเรื่องดีมากๆ เลยนะ

สวัสดิการเสริมที่ทำให้ชีวิตพนักงานดี๊ดี

นอกเหนือจากเงินเดือนแล้ว สวัสดิการเสริมต่างๆ นี่แหละค่ะที่ทำให้ชีวิตการทำงานของพนักงานรถไฟหลายๆ คนดี๊ดีจนน่าอิจฉา! ลองคิดดูสิคะว่าถ้าต้องเดินทางไปทำงานทุกวัน ค่ารถ ค่าเดินทางก็ไม่ใช่ถูกๆ เลยใช่ไหมคะ แต่ถ้าได้ทำงานกับ BTS หรือ MRT ล่ะก็ คุณก็จะได้สิทธิ์เดินทางฟรี หรือได้ส่วนลดค่าโดยสาร 50% ไปเลย! นี่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมากจริงๆ ค่ะ! นอกจากนี้ยังมีเรื่องของเครื่องแบบพนักงาน ที่บริษัทจะจัดหาให้ฟรีทุกปี ไม่ต้องเสียเงินซื้อชุดทำงานเอง ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งการลดภาระค่าใช้จ่ายที่ดีมากๆ เลยนะ และที่สำคัญคือเรื่องของโบนัสและเงินปรับอัตราจ้างประจำปี แม้ว่าบางองค์กรอย่าง รฟท. อาจจะไม่มีโบนัสก้อนใหญ่เท่าเอกชน แต่ก็ยังมีเงินเดือนขึ้นทุกปี และสวัสดิการอื่นๆ มาช่วยชดเชย ส่วน BTS และ MRT ก็จะมีการพิจารณาปรับค่าจ้างและโบนัสตามผลประกอบการของบริษัทและการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน ฉันมองว่าสวัสดิการเหล่านี้เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานได้ดีมากๆ เลยค่ะ ทำให้พนักงานรู้สึกมั่นคงและมีแรงจูงใจที่จะทุ่มเทให้กับงานได้อย่างเต็มที่

เตรียมตัวให้พร้อมคว้าโอกาสในฝัน

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวการรถไฟ ไม่ว่าจะเป็น รฟท., BTS, MRT หรือ ARL ก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัวให้พร้อมค่ะ แต่ละบริษัทจะมีคุณสมบัติและขั้นตอนการรับสมัครที่แตกต่างกันไปนะ ส่วนใหญ่แล้วจะต้องการผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีคุณวุฒิการศึกษาตั้งแต่ ม.6 ไปจนถึงปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ฉันอยากจะเน้นย้ำเลยก็คือ การมีบุคลิกภาพที่ดี มีมนุษยสัมพันธ์ และมีใจรักในงานบริการ เป็นคุณสมบัติที่ทุกบริษัทมองหามากๆ เลยนะคะ เพราะงานบริการคือหัวใจสำคัญของระบบขนส่งมวลชนค่ะ นอกจากนี้ การเตรียมตัวสอบข้อเขียน การสอบสัมภาษณ์ และการตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษด้วยนะคะ ลองศึกษาข้อมูลของบริษัทที่เราสนใจให้ละเอียด เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และฝึกฝนทักษะที่จำเป็น เช่น ทักษะภาษาอังกฤษ (สำหรับ ARL) ถ้าเราเตรียมพร้อมดี โอกาสดีๆ ก็เป็นของเราแน่นอนค่ะ! ฉันเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังตามล่าหาความฝันในสายอาชีพนี้ได้สำเร็จนะคะ!

บริษัท/หน่วยงาน ตำแหน่งยอดนิยม (ตัวอย่าง) เงินเดือนเริ่มต้น (โดยประมาณ) สวัสดิการเด่นๆ
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พนักงานการเดินรถ, วิศวกร 16,830 บาท (ปริญญาตรี) ค่ารักษาพยาบาล, สิทธิโดยสารรถไฟ, เบี้ยเลี้ยงทำการนอกเขต, ค่าล่วงเวลา
บีทีเอส (BTS) เจ้าหน้าที่สถานี 19,500 บาท (ปริญญาตรี) เดินทางฟรี, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ทุนการศึกษาบุตร, ประกันกลุ่ม, ตรวจสุขภาพประจำปี, ค่าทำงานกะ
MRT (BEM) เจ้าหน้าที่ประจำสถานี 15,000 – 18,000 บาท (ปวส.-ปริญญาตรี) ส่วนลดค่าโดยสาร MRT 50%, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันชีวิต/อุบัติเหตุ, โบนัส, รถรับส่งพนักงาน, เงินช่วยเหลือต่างๆ
Airport Rail Link (ARL) เจ้าหน้าที่แนะนำและให้บริการลูกค้า 12,000 – 15,000 บาท (ปวส.ขึ้นไป) ประกันสังคม, สวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน

글을 마치며

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน! หวังว่าข้อมูลเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการของบริษัทรถไฟแต่ละแห่งที่ฉันรวบรวมมาให้ จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพของเพื่อนๆ ที่กำลังมองหางานในสายนี้ไม่มากก็น้อยนะคะ ฉันเชื่อว่าไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราได้ทำงานที่รักและรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่เราทำ การได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบขนส่งที่สำคัญของประเทศ ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจจริงๆ ค่ะ

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ: ก่อนสมัครงาน ควรศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละตำแหน่งและบริษัทให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะแต่ละที่อาจมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะเรื่องวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ หรือแม้กระทั่งทักษะภาษาอังกฤษที่อาจจำเป็นสำหรับบางตำแหน่ง เช่น Airport Rail Link ที่ต้องให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลัก

2. เน้นทักษะการบริการและมนุษยสัมพันธ์: งานในสายรถไฟ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องพบปะผู้คนอย่างเจ้าหน้าที่สถานีหรือพนักงานบริการลูกค้า การมีบุคลิกภาพที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และมีใจรักในงานบริการเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ เพราะคุณคือหน้าตาขององค์กรและเป็นคนแรกๆ ที่ผู้โดยสารจะพบเจอ

3. มองหาโอกาสในการเติบโตและพัฒนา: อย่ามองแค่เงินเดือนเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว ลองพิจารณาถึงโอกาสในการก้าวหน้าในสายอาชีพ การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะที่บริษัทมีให้ อย่างเช่นที่ BEM ที่เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่สถานีสามารถพัฒนาไปเป็นผู้ควบคุมรถไฟฟ้าได้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่น่าสนใจและท้าทายมากๆ เลยค่ะ

4. ศึกษาวัฒนธรรมองค์กร: การที่เราจะทำงานในที่ใดที่หนึ่งได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนนั้น วัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้เงินเดือนเลยค่ะ ลองหาข้อมูล หรือสอบถามจากคนที่ทำงานในบริษัทนั้นๆ ว่าบรรยากาศการทำงานเป็นอย่างไร มีการสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาพนักงานมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้เรามั่นใจว่าเราจะเข้ากับองค์กรนั้นๆ ได้อย่างลงตัว

5. อย่าท้อแท้หากไม่สำเร็จในครั้งแรก: การแข่งขันในตลาดแรงงานสายรถไฟค่อนข้างสูง เพราะเป็นงานที่มีความมั่นคงและสวัสดิการที่ดี หากคุณยังไม่ประสบความสำเร็จในการสมัครงานครั้งแรก อย่าเพิ่งท้อแท้หรือหมดกำลังใจนะคะ ให้ถือเป็นประสบการณ์ และนำข้อบกพร่องที่พบมาปรับปรุงแก้ไข เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสในครั้งต่อไปค่ะ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นเสมอ!

สำคัญที่ต้องจำ

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในสายรถไฟคือความมั่นคงและสวัสดิการที่ค่อนข้างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เน้นเรื่องค่ารักษาพยาบาลและสิทธิโดยสาร หรือจะเป็น BTS และ MRT ที่มีสวัสดิการครอบคลุมไปถึงการเดินทางฟรี ทุนการศึกษาบุตร และประกันชีวิตต่างๆ ซึ่งช่วยให้พนักงานและครอบครัวมีความอุ่นใจในการใช้ชีวิต นอกจากนี้ แต่ละองค์กรยังเปิดโอกาสให้พนักงานได้เติบโตและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกใจเลยที่อาชีพนี้ยังคงเป็นที่ใฝ่ฝันของใครหลายๆ คนเลยค่ะ หากคุณมีใจรักในงานบริการ มีความรับผิดชอบ และต้องการความมั่นคงในชีวิต การทำงานในสายรถไฟถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับบริษัทรถไฟฟ้าเอกชน อย่าง BTS หรือ MRT อันไหนมีเงินเดือนและสวัสดิการดีกว่ากันคะ เลือกไม่ถูกเลยค่ะ

ตอบ: อู้หู คำถามนี้โดนใจหลายๆ คนเลยใช่ไหมคะ! จากประสบการณ์ที่ฉันเคยหาข้อมูลและพูดคุยกับเพื่อนๆ ที่ทำงานในสายนี้มา บอกเลยว่ามันมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปค่ะ ถ้าพูดถึง “การรถไฟแห่งประเทศไทย” (รฟท.) ในฐานะรัฐวิสาหกิจเนี่ย จุดเด่นเลยคือเรื่องความมั่นคงค่ะ เงินเดือนเริ่มต้นอาจจะไม่ได้หวือหวาเท่าเอกชนมากนัก โดยเฉพาะตำแหน่งทั่วไปอาจจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-15,000 บาทสำหรับวุฒิที่ใช้สมัคร แต่รับรองได้เลยว่าสวัสดิการแน่นมาก ทั้งบำนาญหลังเกษียณ การรักษาพยาบาลที่ดีเยี่ยม และโอกาสก้าวหน้าตามระบบราชการ ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่มองหาความมั่นคงในระยะยาวและไม่อยากเสี่ยงค่ะส่วนบริษัทรถไฟฟ้าเอกชนอย่าง “BTS” หรือ “MRT” (ซึ่งจริงๆ แล้วคือบริษัทที่รับสัมปทานเดินรถอย่าง BEM นะคะ) เงินเดือนเริ่มต้นจะค่อนข้างแข่งขันสูงกว่าค่ะ สำหรับตำแหน่งพนักงานสถานีหรือช่างเทคนิค อาจจะสตาร์ทที่ 15,000 – 20,000 บาท หรือมากกว่านั้นเลย ขึ้นอยู่กับวุฒิและประสบการณ์ เงินเดือนอาจจะปรับขึ้นไวถ้าเรามีผลงานที่ดี แถมยังมีโบนัสและสวัสดิการอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันกลุ่ม และโอกาสเติบโตในสายอาชีพที่ค่อนข้างเปิดกว้างและยืดหยุ่นกว่าค่ะ ถ้าใครชอบความท้าทาย อยากเห็นความก้าวหน้าชัดเจน และเน้นรายได้ที่จับต้องได้ในปัจจุบัน ก็ลองพิจารณาทางนี้ดูนะคะ โดยรวมแล้วไม่มีอันไหนดีกว่ากันแบบ 100% หรอกค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากันต่างหาก

ถาม: แล้วถ้าเป็นพนักงานจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ จะมีโอกาสได้เข้าทำงานกับการรถไฟ หรือรถไฟฟ้าไหมคะ เงินเดือนเริ่มต้นโดยประมาณจะอยู่ที่เท่าไหร่คะ

ตอบ: แน่นอนค่ะ! ไม่ต้องกังวลเลยว่าจบใหม่จะไม่มีโอกาส ฉันบอกเลยว่าทุกบริษัทเปิดรับน้องๆ จบใหม่ไฟแรงเสมอค่ะ เพราะเขามองหาคนที่มีพลังและพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของเราให้ดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะสำหรับเงินเดือนเริ่มต้นโดยประมาณสำหรับน้องๆ จบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์นะคะ
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.): สำหรับวุฒิ ปวช./ปวส.
หรือเทียบเท่า ในตำแหน่งพนักงานทั่วไป เช่น พนักงานบริการ หรือพนักงานเดินรถ อาจจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 13,000 บาทค่ะ ส่วนวุฒิปริญญาตรี อาจจะสตาร์ทที่ 15,000 บาท ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความเชี่ยวชาญค่ะ
บริษัทรถไฟฟ้าเอกชน (BTS, BEM (MRT)): มักจะให้เงินเดือนเริ่มต้นที่สูงกว่า รฟท.
เล็กน้อยค่ะ สำหรับตำแหน่งพนักงานสถานี, เจ้าหน้าที่เทคนิค, หรือฝ่ายปฏิบัติการทั่วไป น้องๆ จบใหม่ที่มีวุฒิ ปวส./ปริญญาตรี อาจจะได้เริ่มต้นประมาณ 15,000 – 18,000 บาท หรือบางตำแหน่งที่ต้องการทักษะเฉพาะทางก็อาจจะสูงกว่านี้ได้เลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รับเงินพิเศษอื่นๆ ตามผลงานและการทำงานล่วงเวลาด้วยนะคะสิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวให้พร้อมค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความรู้เฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง ทักษะด้านภาษาอังกฤษ และที่สำคัญคือทัศนคติที่ดีในการทำงานและการบริการค่ะ

ถาม: นอกจากเงินเดือนแล้ว สวัสดิการอื่นๆ ที่น่าสนใจของพนักงานรถไฟและรถไฟฟ้า มีอะไรบ้างคะ

ตอบ: โอ๊ยยย พูดถึงสวัสดิการแล้วก็ต้องตาลุกวาวกันหน่อยใช่ไหมคะ เพราะนี่แหละคือสิ่งที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นตัวตัดสินใจสำคัญเลยค่ะ จากที่ฉันเคยศึกษาและสอบถามจากคนในวงการ สวัสดิการของทั้งภาครัฐและเอกชนเขาก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปค่ะสวัสดิการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.): จุดแข็งที่เด่นชัดเลยคือความมั่นคงระยะยาวค่ะ พนักงานจะได้รับสิทธิ์การรักษาพยาบาลที่ดีเยี่ยมสำหรับตนเองและครอบครัวภายใต้ระบบราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนอุ่นใจมากๆ นอกจากนี้ยังมีบำนาญหลังเกษียณ ซึ่งเป็นหลักประกันชีวิตในวัยชราที่สำคัญมาก และยังมีสิทธิ์ลดหย่อนค่าโดยสารรถไฟให้แก่พนักงานและครอบครัวอีกด้วยนะคะ รวมถึงโอกาสในการพัฒนาตนเองผ่านการฝึกอบรมต่างๆ ตลอดอายุการทำงานค่ะ
สวัสดิการของบริษัทรถไฟฟ้าเอกชน (BTS, BEM (MRT)): บริษัทเหล่านี้ก็มีสวัสดิการที่ไม่แพ้กันเลยค่ะ มักจะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นช่องทางดีๆ ในการออมเงินเพื่ออนาคต พนักงานส่วนใหญ่จะได้รับประกันสุขภาพกลุ่มและประกันชีวิตเพิ่มเติม ซึ่งช่วยให้สบายใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ยังมีโบนัสประจำปีที่มักจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท ซึ่งบางปีก็เยอะจนยิ้มแก้มปริเลยค่ะ และที่ขาดไม่ได้คือสิทธิ์ในการเดินทางฟรีด้วยรถไฟฟ้าในสายที่ตัวเองทำงาน หรืออาจจะมีส่วนลดพิเศษให้ด้วยนะคะ รวมถึงโอกาสในการอบรมและพัฒนาทักษะเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีความเชี่ยวชาญและก้าวหน้าในสายอาชีพค่ะ จะเห็นได้ว่าทั้งสองแบบต่างก็มีข้อดีที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ

Advertisement